- มีเดียไทย
- | บ้านเล็ก
- | AllBlogThai
- | ทอล์ค
- | ไดอารี่
- | ตารางเวลาของฉัน
- | สมุดที่อยู่
- | สมุดบัญชี
- | คาเฟ่
- | แฟมิลี่ทรี
- | Clip & Picpost
- | ข่าว
- | แกลลอรี่
- | เกมส์ |
http://www.banlek.com/EprinkPakma
Level 1 Point 0 Cash 184,174 UIP 8,074
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
คุณเคยเชื่อในพรหมลิขิต มั้ย.....?
เวลาตื่น1:05 A.M.
เวลานอน12:25 A.M.
ตอนนั้นผมกำลังเลือกหนังสืออยู่ที่ร้านหนังสือชื่อดัง
แห่งหนึ่งย่านท่าพระจันทร์ ผมก็เห็นแม่ค้าร้านอาหารร้านใกล้ๆกำลังโวย
วายกับลูกค้าคนหนึ่งอยู่ เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่แต่งตัวแปลกๆ
เขาพยายามอธิบายแม่ค้าด้วยภาษาต่างชาติแต่เธอไม่ยอมฟัง ทำท่าจะเรียก
ตำรวจอย่างเดียว ผมเลยออกไปดู( มุง )ด้วย ตามนิสัยคนไทย
" ผมโดนล้วงกระเป๋า " เขาพยายามพุดเป็นภาษาอังกฤษ
แต่แม่ค้าไม่ฟังพยายามดึงเป้สะพายหลังของเขา ผมเลย(เสือก)
ทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี แปลให้ฟัง
" พี่ครับ เขาบอกว่าเขาโดนล้วงกระเป๋า "
แล้วผมก็พูดกับหนุ่มโย่งนั่น โอ้โฮ พอมาดูใกล้ๆ
แล้วหล่อไม่ใช่เล่นเลย ผมเลยลืมแปลเป็นอังกฤษให้เขาฟัง
" แล้วมันจะจ่ายค่าข้าวฉันไหม ? " อีเจ๊แม่ค้าคง
อยากจะรู้อยู่อย่างเดียว ผมเลยหันไปพูดกับหนุ่มคนนั้น
" คุณมีเงินอีกไหม USD ก็ได้ ที่นี่เขารับ "
แล้วไอ้รูปหล่อของผมก็แสดงภาษาสากลด้วยการ
ปลิ้นเอากระเป๋ากางเกงทั้งสองข้างออกมา ไม่ต้องแปลก็รู้ว่าไม่เหลือ
" เจ๊ เอ่อเขาไม่มีเลย " ผมพยายามตีซี้เผื่อเจ๊แกจะ
หยวน หากพอเห็นว่าเล่นงานไอ้รูปหล่อไม่ได้แกเลยใส่ผม
" เธอน่ะ รู้จักกันไม่ใช่เหรอ ...... "
เง้อ...ผมไปรู้จักเขาเมื่อไหร่กัน
" .....จ่ายแทนเขามาเลย 550 "
" ง่า เจ๊ เขากินอะไรเข้าไปทำไมมันตั้ง 550 "
ผมมองดูโต๊ะที่รูปหล่อยืน มันมีแค่จานข้าว ถ้วยซุปใบเล็ก แล้วก็แก้วน้ำ
สงสัยที่นี่จะขายราคาเดียวกับโรงแรมห้าดาว มิน่าล่ะชาวต่างชาติถึงนิยม
มาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น จากความรู้สึกอยากจะช่วยเหลือจึงเปลี่ยนมาเป็นหมั่นไส้
" เจ๊ ข้าวมันไก่เจ๊ผมว่าไม่น่าเกิน 30 ซุปก็ฟรี
แล้วไอ้ชาดำเย็นนั่นก็ไม่น่าเกิน 10 บาท รวมกันก็ 40 ทำไมเป็น 550 "
" ก็นั่นมันราคาไอ้ยุ่น ไอ้พวกนี้เอาเปรียบเรา ต้องคิดมันราคานี้เหละเอาคืนให้ประเทศ "
" แหมอุดมการณ์สุงนะเจ้ เอาคืนให้ใครกันแน่ ผม
ให้ 50 แล้วกันเต็มที่เรื่องจะได้จบๆกันไป ม่ายงั้นผมฟ้องตำรวจท่องเที่ยวจริงๆด้วย "
ได้ยินคำนี้ดูเหมือนอีเจ๊จะดูเจื่อนๆไป
คงจะโดนเขาฟ้องมามั่งละ เพราะครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งแรกเป็นแน่ที่โก่งราคาแบบนี้
เสียดายนะครับที่ทางรับบาลอุตส่าห์เชิญชวนชาวต่างชาติแทบตาย
แต่นักท่องเที่ยวกลับต้องมาเจอกับคนประเภทนี้
" ขอบคุณครับ ขอบคุณ "
เออแฮะ พูดไทยก็เป็น เขายิ้ม หน้าขาวๆแดง
เพราะแดดเผา ผมทรงรากไทรเปียกไปด้วยเหงื่อ นี่ถ้าอยู่ ม. ผมทั้งสาว
แท้สาวเทียมคงกรี๊ดกันใหญ่แน่
" ไม่เป็นไร " ผมตอบเป็นภาษาอังกฤษ แล้ววาง
เงิน 50 บาทที่เขียง อีเจ๊รับไปแล้วบ่นงึมงัมๆ ไอ้รูปหล่อยกมือไหว้ผม
" อย่า เดี๋ยวอายุสั้น "
เขาทำหน้างงเมื่อได้ยินภาษาไทย เลยจะไหว้อีก
ผมเลยรวบมือของเขา แล้วพูดอังกฤษอีก " ไม่ต้อง พอแล้วๆ "
มันลำบากที่จะอธิบาย เขารื้อๆค้นๆในเป้สะพาย
แล้วก็หยิบหนังสือเดินทางออกมา ผมแอบดูจึงรู้ว่านายคนนี้ชื่อ แท ซอง
เป็นคนปูซาน เกาหลี เขาทำท่าจะขอเหรียญผมไปโทรศัพท์
" ไม่ต้อง เอามือถือผมไปโทร โทรฟรี "
เขารับไปแล้วทำท่าขอบอกขอบใจ
หากมองเห็นภาพพักหน้าจอผมแล้วงง ก็มันเป็นรูปผมกอดอยู่กับแฟน
" แฟนเหรอ ? "
" ฮื่ม เลิกกันไปแล้ว ไปแต่งงานน่ะ "
" น่ารักนะ เสียดาย แล้วยังคบกันอยู่ไหม ? "
ผมมองหน้าเขา ชักไม่พอใจ หมอนี่ชักจะเกิน
เลยไปแล้ว เขาคงรู้เลยแกล้งทำเป็นคุยโทรศัพท์
ไม่ได้โกรธเขาหรอกแต่ผมไม่อยากพูดถึงมัน
หลายครั้งที่ผมอยากจะลบภาพนั้นออกจากหน้าจอมือถือแต่ก็ทำใจไม่ได้สักที
หรือที่จริงผมยังรักเขาอยู่
" ผมโทรไปสถานฑูตแล้ว เขาบอกว่าถ้ามี
คนเก็บได้จะรีบแจ้งมาให้ทราบ ดีที่หายไปแต่กระเป๋าสตางค์ หลักฐาน
อย่างอื่นยังอยู่ครบ " เขาขยับเป้มาให้ดู ที่ช่องตาข่ายด้านหน้ามีรอยกรีด
ยาว คงโดนมือดีล้วงไปตอนที่ไม่รู้ตัวแน่ ผมหยิบเงินออกมา 200 แล้ว
ให้เขา เขามองรูปถ่ายในกระเป๋าตังค์ผมอย่างแปลกใจ ดอกไม้สีชมพู
จางๆถูกอัดพลาสติคเคลือบติดรูปอันเป็นเทคนิคแต่งรูปด้วยดอกไม้อัดแห้ง
แบบที่ผมนิยม
"นั่นอะไร "
เขาพยายามถาม ราวกับมันเป็นเรื่องสำคัญ
เสียเต็มประดา ผมทำเป็นไม่ได้ยินแล้วพุกแทรก
" เอาไว้ใช้นะ ไม่มีเงินจะลำบาก คงอยู่ได้
สักวันสองวันถ้าประหยัด "
แท ซอง รูดแหวนออกจากนิ้วของเขา มัน
เป็นแหวนทองปลอกมีดแบบที่เขาใช้แต่งงานกัน เขายื่นให้ผมเหมือนกัน
" ไม่ได้ คุณเก็บเอาไว้เถอะ แล้ววันหลังอย่า
ให้แหวนกับคนแปลกหน้าแบบนี้ " ผมอธิบาย แต่จริงๆผมก็เขินนะที่จู่ๆมี
หนุ่มรูปหล่อมาให้แหวนแบบนี้
" ทำไมคนไทยทำอะไรเข้าใจยากจัง ผมไม่
กล้ารับของคุณฝ่ายเดียวมันไม่ดี แล้วคุณก็ไม่ใช่คนแปลกหน้า คุณช่วย
ผมไว้ ผมไม่มีอะไรจะตอบแทนคุณ "
" เอ่อ มันแหวนแต่งงานน่ะ "
" ไม่ๆๆ ผมซื้อมาใส่เล่นๆน่ะ ซื้อที่ไทยเนี่ย
แหละ " เขาค้นในเป้แล้วหยิบกล่องให้ดู ไอ้แหวนใส่เล่นๆของเขาน่ะทอง
สวิส มิน่าล่ะเหลืองพิกล หมอนี่สงสัยลูกคนรวย แล้ว 200 ในไทยเนี่ย
มันจะใช้ชีวิตรอดไหมเนี่ย
" ผมเรียกคุณว่า แท ซอง ได้ไหม ผม กวาง
นะ ผมเอารถมาเดี๋ยวจะไปส่งที่ห้องพักคุณให้ "
แท ซอง เงียบ สงสัยไม่อยากให้ผมไปส่ง
เอ หรือแอบซุกสาวไทยไว้หว่า เขาทำท่าลำบากใจ
" ถ้าลำบากใจผมแยกตรงนี้ก็ได้นะครับ แท
ซอง ถ้าเกิดมีอะไรก็โทรมาเบอร์นี้ "
ผมเขียนเบอร์โทรศัพท์ใส่ชอร์ทโน๊ต เขา
ดูเขินๆตอนที่รับไป ที่จริงผมอยากจะอยู่กับเขาอีกสักหน่อยเหมือนกัน
แต่กลัวเขาจะคิดว่าผมตื๊อจนน่ารำคาญ ผมนึกคำลาภาษาเกาหลีไม่ออก
คำเดียวที่ผมรู้จักคือ " ซารางแฮโย " หรือ " รัก "
" ลาก่อน " ผมพูดไทยกับเขา แท ซอง
ตกใจ ดึงข้อมือผมไว้
" ทำไมรีบไป รังเกียจที่ผมไม่มีเงินเหรอ
เปล่า ? " เขาหน้าแดงจัด
" เปล่า ผมกลัว แท ซอง รำคาญมากกว่า
เดี๋ยวจะคิดว่าผมเครซี่คุณ "
เขาหัวเราะเจื่อนๆ ตอนนี้ผมอยากหอม
แก้มแดงๆของเขาเป็นที่สุด
" ที่ผมไม่ให้คุณไปห้องพักเพราะผมยังไม่
ได้พักที่ไหนเลยต่างหากเล่า "
โอ้ พระเจ้ายอด มันจอร์ชมาก ส้มหล่นใส่
ทีเดียวทั้งหลัวเลย เอาไว้จะมาเล่าต่อครับ
" คัมซา ฮัมนีดา " แท ซองกล่าวหลังจากที่ผมโทรไป
อายัดบัตรทั้งหมดแล้ว " ภาษาเกาหลี แปลว่า ขอบคุณครับ "
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรผมถึงกล้าพาเขามาที่อพาร์ท
เมนท์ของผม นอกจากแฟนผมแล้วไม่มีใครในมหาวิทยาลัยที่จะเคยได้
เห็นห้องของผม ส่วนหนึ่งคือผมอยากช่วยเหลือชาวต่างชาติที่กำลัง
ลำบาก แต่อีกส่วนหนึ่งผมยังบอกไม่ถูก ไม่ใช่เพราะผมเหงาหรือผมเพิ่ง
อกหัก ตอนนั้นผมเพียงคิดว่าผมกำลังอยากได้เพื่อนแปลกหน้า คนที่ผม
สามารถที่จะเป็นตัวผมเองต่อหน้าเขา ไม่ใช่เพื่อนๆในมหาลัยที่มักจะมีแต่
คำปลอบโยนที่ดูเหมือนจะตอกย้ำความเจ็บปวดของผม
" เป็นยังไงกวาง ทำใจได้หรือยัง ? "
" ปล่อยพี่เบียร์ไปเถอะเขาไม่ใช่คู่ของเรา "
และอีกนานาสารพัน ไม่ใช่ผมไม่ต้องการคำปลอบ
ใจ ผมคงลืมพี่เบียร์ได้ ถ้าหากพวกเขาไม่พูดถึงเรื่องนี้กันทั้งวัน ดูเหมือน
เรื่องการที่พี่เบียร์เลิกกับผมแล้วไปแต่งงานจะกลายเป็นหัวข้อสนทนา ที่
เขียนเอาไว้บนหน้าผากผมไปเสียแล้ว บางครั้งพวกเขาก้ไม่เข้าใจหรอก
ว่า ผมกำลังทำใจลืมและการปลอบใจของเขาต่างหากที่เป็นเสมือนมีดที่
กรีดเปิดบาดแผลผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
" เป็นอะไรเหรอครับ เห็นเงียบๆ "
" เปล่าๆ ผมกำลังจะสอนคุณว่า คัมซา ฮัมนีดา
พูดภาษาไทยว่า ขอบคุณครับ "
" ชออึม เป็ป เกสซอโย ...... คุณสบายดีหรือเปล่า ? "
" ผมก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ "
" ครับ แต่ผมเห็นคุณตาแดงๆนะ "
" อ๋อ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อนผมตายน่ะครับ "
ผมปดใส่เขา ใช่ตาย ตายไปจากความรู้สึกผมไง
บางครั้งการจากกันทั้งที่ยังเป็นอยู่ทรมานกว่าการตายจาก คืนงานแต่งผม
แทบคลั่ง คิดจะฆ่าตัวตายเสียด้วยซ้ำ หากแต่มานึกว่าในเมื่อเขาไม่รักเรา
แล้วเราจะแคร์เขาทำไม ต่อให้ผมฆ่าตัวตายเป็นร้อยครั้งเขาก็ไม่หันมา
สนใจผมอยู่ดี ผมเปิดตู้เย็นดีที่ผักและเครื่องปรุงผมยังมีอยู่บ้าง
" หิวยัง แท ซอง ผมทำกับข้าวให้กินไหม ? "
" ก็ดีครับ อืม ให้ผมช่วยอะไรไหม ? "
" เอางี้ คุณไปอาบน้ำก่อนดีกว่า ผ้าเช็ดตัวอยู่ที่
ตู้กระจกในห้องน้ำนะ "
ผมเข้าห้องน้ำไปแล้วเปิดน้ำร้อนลงอ่าง เติมเกลือ
มันหอมแล้วแกะแปรงสีฟันอันใหม่ส่งให้เขา
" อาบเสร็จออกมาก็พอดีกินละ "
แท ซอง ค้อมศรีษะขอบคุณ ผมยิ้ม หมอนี่ก็
น่ารักดีเหมือนกันนะ ถึงจะตัวโตแต่ก็ชอบทำอะไรที่ดูกุ๊กกิ๊กเสมอ
" ขอโทษนะครับ คือผมจำไม่ได้จริงๆว่าคุณ
ชื่ออะไร "
" กวางครับ แปลว่า เดียร์(DEER) "
" เดียร์ D - E - A - R ( ที่รัก ) ? "
" ไม่ใช่ D - E - E - R (กวาง ) ต่างหากล่ะ "
" งั้นผมเรียก ฮัน กวาง ได้ไหม เรียกง่ายกว่า
เพราะ ฮัน กวาง เป็นชื่อผู้ชายภาษาเกาหลีอยู่แล้ว "
โดยปรกติผมก็ไม่ค่อยที่จะสนิทสนมกับใคร
ง่ายๆ นี่แค่วันเดียวผมก็ยอมให้ แท ซอง ตั้งชื่อผมเป็นภาษาเกาหลีเสีย
แล้ว เมื่อเห็นว่าน้ำเต็มอ่างแล้วแท ซอง จึงเดินเข้าไปอาบน้ำ
ด้วยความที่ประตูห้องน้ำเป็นกระจกฝ้า จึง
สามารถมองเห็นภาพ แท ซอง เปลี่ยนเสื้อผ้าได้ลางๆ รูปร่างสูงใหญ่และ
ค่อนข้างหนาแบบหนุ่มนักกีฬาว่ายน้ำ ไม่มีกล้ามเป็นมัดๆแต่ก็แกร่งใด้ใจ
ผิวขาวจัดอมชมพูแบบคนเมืองหนาว จู่ๆเขาก็หยุดถอดเสื้อผ้า
" เฮ้ ผมมองเห็นคุณนี่ แปลว่าคุณก็มองเห็น
ผมใช่ไหม ? "
หน้าผมร้อนฉ่า ตายละเขาจับได้ว่าผมแอบดู
เขาเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมแกล้งทำเป็นหาของในตู้เย็นแก้เก้อ แว่วเสียง
หัวเราะในคอของเขา หืม...ร้ายนักนะ แท ซอง ผมคิดได้ดังนั้นก็เติม
พริกขี้หนูลงในเครื่องบดอีก อยากดูคนตัวโตๆหน้าแดงมั่งจัง
เสียงฮัมเพลงดังออกมาจากห้องน้ำ ท่าทาง
เขาจะเป็นคนอารมณ์ดีทีเดียว ขนาดเงินเพิ่งหายหมดตัวนะ
" ฮัน กวาง อย่าแอบดูผมนะคร๊าบ "
" ไม่หรอกครับ "
ผมยิ้มแล้วเติมพริกลงไปอีก มื้อนี้ แท ซอง
คงประทับใจไปนาน
สักพัก แท ซอง ก็ออกมาในชุดกางเกงแพรสีขาวตัว
เดียว อวดหุ่นล่ำหนาแบบนักกีฬาผิวขาวสะอาดมีหยดน้ำเกาะพราว ความ
บางเบาของกางเกงแพร ทำให้มองเห็นกลุ่มไหมสีดำและความเป็นชาย
รำไร ผมพยายามที่จะไม่มองไปที่เป้ากางเกงเขา
" พอดีผมเห็นกางเกงตัวนี้ในตู้ คงไม่ใช่ของคุณน่ะ
เพราะตัวมันใหญ่เกินไป ผมเลยเอามาใส่ "
มันไม่ใช่ของผมหรอก มันเป็นของพี่เบียร์อดีตแฟน
ผม ผมซื้อให้เขาตอนที่เรายังอยู่ด้วยกันและพี่เบียร์จะใส่กางเกงแพรสี
ขาวตัวนี้ทุกครั้งที่เขาค้างที่นี่ เพียงคิดแค่นั้นตาผมก็ร้อนผ่าว
" ผมขอโทษ คุณโกรธเหรอ ตาแดงๆ "
" เปล่าๆ ไม่มีอะไร ทานข้าวเถอะ "
วันนั้นผมทำอาหารง่ายๆแต่ดูเป็นอาหารไทย มีกระ
เพรากุ้ง ไข่เจียว ผัดยอดฟักแม้ว และแกงจืดเต้าหู้หลอดสาหร่าย
" โอ้โห แดงจัง สีเหมือนกิมจิเลย "
แท ซอง หมายถึงกระเพรากุ้งที่ผมอัดพริกขี้หนูเกือบ
30 เม็ด ผมยิ้มให้เขา
" เนี่ย เรียกกระเพรากุ้ง อาหารขึ้นชื่อของไทยเลย
กินแล้วจะติดใจ ผมชอบที่สุดเลย "
ผมตักข้าวใส่ถ้วย แล้ววางตะเกียบชนิดที่แถมมากับ
อาหารกล่องแบบที่ใช้แล้วทิ้งเลย ท่าทาง แท ซองจะหิวจัดเขาแกะ
ตะเกียบออกแล้วทำท่าจะกิน หากยั้งมือรอผมอยู่
" เอาเลย ผมอาบน้ำก่อนนะ "
แล้วผมก็แกล้งเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ นึกขึ้นได้ว่า
ประตูห้องน้ำมันมองเห็นได้เลยดับไฟในห้องน้ำเสีย
" ผมไม่แอบดูหรอกน่า....ฮัน กวาง ผอมจะตาย "
ผมได้แต่แอบแค้นในใจ ฮึ่ม คอยดูนะอีก 5 นาทีจะ
แท ซอง จะต้องวิ่งรอบห้องหาน้ำกินแน่ๆ
5 นาทีก็แล้ว เสียงตะเกียบพุ้ยข้าวดังกร้อกแกร็กอยู่
เหมือนเดิม 10 นาทีต่อมาก็เช่นกัน ผมชักจะงงแล้ว หรือผมลืมใส่พริก
ลงไปนะ ไม่น่า พออาบน้ำเสร็จผมเลยออกมา
แท ซอง นั่งดูทีวีอยู่อย่างสบายอารมณ์ กับข้าวบน
โต๊ะเรียบวุธ ข้าวสวยเหลือแต่ที่อยู่ในจานผม กับผัดกระเพรากุ้งที่ไม่มี
รอยแตะเลย แท ซอง ตบหน้าท้องที่มีกล้ามเป็นลอนเบาๆ
" โอ้ย ท้องเกือบแตก อร่อยจริงๆ แต่ผมเหลือของที่
ฮัน กวาง ชอบเอาไว้นะ "
ผมเชื่อแล้วว่าเวรกรรมมีจริง แล้วก็สนองผมทันตา
เห็นเลย ผมกินข้าวไปน้ำตาไหลไป จะไม่กินก็ไม่ได้เพราะ เดี๋ยวเขารู้ว่า
ผมแกล้งเขา
" ท่าทางจะอร่อยมากนะครับ ฮัน กวาง กินไปร้องไห้
ไป "
...........................................................
คืนนั้นผมยอมเอาฟิโน่ของผมออกตระเวณราตรี
โดย แท ซอง อาสาเป็นคนขับไป ความที่เขาตัวโตจึงทำให้มอเตอร์ไซค์
ผมกลายเป็นรถเด็กเล่นไปเลย
" คิงคอง " ผมล้อเขา แท ซองจึงทำท่าลิงใส่ผม
ทำเอาผมหัวเราะก๊าก ผมทุบไหล่เขาแรงๆจนเขาร้องอู้
" มือหนักจริงๆ ใครเป็นแฟนสงสัยเลี้ยงไม่โต "
" ผมจะหาแฟนตัวโตๆ จะได้ทุบได้ทุกวัน ฮ่าๆ "
" ฮัน กวาง หัวเราะน่ารักนะครับ ตอนแรกๆผมคิด
ว่า ฮัน กวางเป็นคนดุเสียอีก "
ผมเลยเงียบไป แท ซอง ขับมาจนถึงท่าพระ
จันทร์ ที่ๆเราพบกันครั้งแรกแล้วจอดกางแผนที่
" ไปไหนดี ฮัน กวาง เรามาเริ่มที่เดิมแล้ว "
" ไปสะพานพุทธแล้วกัน ไปดูของถูกๆ "
เราจอดรถกันที่ปากคลองตลาดแล้วเดินอ้อมไป
ที่สะพานพุทธ แม่ค้าดอกไม้เริ่มเปิดร้านกันแล้ว หลอดแรงเทียนนับสิบๆ
ดวงแข่งกันสาดแสงอวดสีสันของดอกไม้นานาพันธ์ ผมมองดุกุหลาบ
ขาว แท ซอง เลยมองตาม
" ชอบเหรอ ? "
" เปล่า คือกุหลาบขาวเนี่ยมันแปลกนะ ถ้าใคร
ให้เราครั้งแรกมันมีความหมายว่า ผมสนใจคุณนะ แต่ถ้าคบกันแล้วมีอยู่
วันหนึ่งเขาก็เอากุหลาบขาวมาให้เราอีก มันมีความหมายว่า ขอเป็นแค่
เพื่อนก็แล้วกัน "
นั่นหมายถึงกุหลาบขาวที่ผมเก็บเป็นดอกไม้แห้ง
ในห้องด้วย ช่อแรกที่พี่เบียร์มอบให้ผมเมื่อสองปีก่อนและช่อที่สองเมื่อ
คืนแต่งงาน ต่างกันเพียงแต่ว่าช่อหลังเขาสั่งร้านดอกไม้ส่งมาให้เท่านั้น
เอง หัวใจ และ ความรักของผมมีค่าแค่ดอกไม้สองช่อ
" ฮัน กวางนี่ชอบเหม่อนะ "
" เปล่า ผมคิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ "
" คิดถึงแฟนเหรอ ? "
" อืมม คนที่เคยเป็นแฟนน่ะ "
" คนที่อยู่ในโทรศัพท์ใช่ไหม เขาไปไหนล่ะ "
ผมเงียบ ไม่ตอบ เขาเลยบีบไหล่ผมแรงๆ
" คนเกาหลีเขามีมีสุภาษิตอยู่ว่า อะไรที่คิดแล้วไม่
สบายใจ อย่าไปคิดมัน "
" แล้วคนเกาหลีชอบตบหัวกันแบบในหนังหรือเปล่า ? "
" ตบเท่ากับที่คนไทยใช้ถาดตีหัวกันในทีวีนั่นแหละ "
อืม พูดน่าคิดแฮะ แท ซอง หยิบโทรศัพท์ผมไป
จากมือ แล้วมายืนข้างๆผม
" พอผมนับถึงสาม ฮัน กวาง พูดคำว่า ชีส นะ "
แล้วเขาก็ปรับโทรศัพท์จนเห็นภาพเราสองคนอยู่
กลางกอดอกไม้ เสียงนับ 1...2...3....ผมพูดคำว่าชีส....
แล้ว แท ซองก็หันมาจูบที่มุมปากผม แฟลชสว่าง
วาบ ภาพในจอโทรศัพท์กลายเป็นรูปผมจูบกับ แท ซอง
ไม่อยากเชื่อว่าเขากล้าทำอย่างนี้ หน้าผมร้อนฉ่า
และคงจะแดงกว่ากุหลาบที่อยู่หน้าร้านแน่ๆ ดีที่แม่ค้าไม่อยู่ ผมเห็น แท
ซองปรับตั้งค่าให้รูปของเราสองคนเป็นภาพหน้าจอ
" เอาละ ทีนี้จะได้เลิกคิดถึงเขา ถ้าเขามาหาคุณ
อีก ก็เอารูปนี้ให้เขาดุแล้วกันดีไหม ? "
ผมได้แต่นิ่งพูดอะไรไม่ออก นี่เพียงแค่วันเดียว
ผมก็มาเสียจูบกับหนุ่มเกาหลีคนนี้เสียแล้ว ดู แท ซองจะ เฉยๆกับการจูบ
เขาคงได้จูบสาวๆเกาหลีมาบ่อยสิท่า ผมรู้สึกสับสนกับความรู้สึกตัวเอง
นี่ผมจะหึงเขาทำไมเนี่ย
แต่ภาพในโทรศัพท์ก็ฟ้องว่า ผมมีความสุขแค่
ไหน ผมไม่เคยเห็นใบหน้าตัวเองที่ยิ้มได้แบบนี้มาก่อนแถมในรูปยังมี
หนุ่มหล่อจูบผมเสียด้วย ดอกกุหลาบที่บานเป็นแบ็คกราวน์ด้านหลัง
ทำให้รูปดูดังเป็นภาพบนการ์ดแต่งงาน
แท ซองหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาแล้วบ่น
" ว้า แย่จัง โทรศัพท์คุณไม่มีบลู ทูธ ส่งให้ผมไม่
ได้ สงสัยต้องถ่ายใหม่ "
แล้วนี่ผมจะทำยังไงดีละเนี่ย
...............................................
" ไปดูของกันดีกว่า " ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง แล้ว
เดินนำ แท ซอง ไปที่สะพานพุทธ ร้านค้าสองฟากถนนเต็มไปด้วยสินค้า
นานาประเภทมีทั้งของกิน เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ วัยรุ่นหลาย
คนมองผมอย่างอิจฉาที่เห็นผมเดินมากับ แท ซอง
" ขอถ่ายรูปได้ไหมคะ ? "
แท ซอง ทำท่างงๆ เมื่อกลุ่มสาวนักศึกษา
กรูกันมาห้อมล้อมเขา พร้อมทั้งควักโทรศัพท์มาถ่ายรูปกันวุ่นวาย บาง
คนก็กอดแขนเขาแล้วเอาแก้มแนบ สังคมสมัยนี้ผู้หญิงบางประเภทก็แรง
เสียจนน่ากลัว
" พอแล้วครับ ผมจะไปธุระกับเพื่อน "
แท ซอง กล่าวขอตัวเชิงสุภาพ หากแม่สาว
ออกเทนสูงกลุ่มนั้นพยายามจะขอเบอร์โทรศัพท์ น่าแปลกที่แต่ละคน
ภาษาอังกฤษไม่ได้เรื่องเลย พูดผิดๆถูกๆเหมือนจบแค่มัธยมต้น ถ้าพวก
เธอขยันเรียนเหมือนที่ขยันจิกผู้ชายคงจะดีมิใช่น้อย
" ไม่มีครับ ผมไม่มีโทรศัพท์ เอ่อ ผมจะไป
แล้ว ขอตัวก่อนนะครับ "
" ไปเที่ยวไหนกันคะ ไปด้วยกันไหม ? "
" ผมมากับแฟนครับ ต้องถามเขา "
เท่านั้นแหละ ทั้งหมดเงียบเสียงเป็นปลิดทิ้ง
" ไปเถอะที่รัก (DEAR ) "
แล้ว แท ซองก็โอบบ่าผมเดินจากไป ปล่อย
ให้สาวๆกลุ่มนั้นยืนงงเป็นไก่ตาแตก
" เสน่ห์แรงเนอะ "
" ขอให้จริงเถอะ คนที่ผมชอบจะได้รักผมซะที "
ว่าแล้วเขาก็หันมามองตาผม ตอนนั้นผมรู้สึก
เหมือนหัวใจจะเต้นดังจนเขาอาจได้ยิน
" การุณย์ เอ่อ กวาง "
เสียงคุ้นๆดังมาจากด้านหลัง ผมและ แท ซอง
รีบหันไปตามเสียง พี่เบียร์นั่นเอง เขามากับพี่พลอยภรรยาป้ายแดงของ
เขาด้วย ในมือเต็มไปด้วยเครื่องประดับตกแต่งบ้าน เขาคงจะเตรียมไว้
จัดห้องหอเขา พี่เบียรืหน้าเจื่อนๆเมื่อมองเห็น แท ซอง ยืนกับผม
" เอ่อ กวางมาเที่ยวเหรอ พอดีพี่กับพลอยมา
เลือกของแต่งบ้านกันน่ะ " พี่เบียร์มองหน้า แท ซอง เหมือนไม่ค่อยจะ
พอใจ " แล้วไอ้บึ้กนี่ใครกันน่ะ "
ผมเห็นแววตาดูถูกในสายตาเขา นอกจากตัว
เขาเองคงจะไม่เคยเห็นใครดีเลยกระมัง ผมแนะนำ
" แท ซอง นี่ครูบุรินทร์ เป็นครูผม "
ผมให้เกียรติ แท ซอง โดยการแนะนำให้เขา
ก่อนเป็นภาษาอังกฤษ แถมเน้นคำว่าครูให้พี่เบียร์เจ็บใจเล่นอีกด้วย
" ครูครับ นี่ แท ซอง แฟนผม "
คราวนี้ผมพูดเป็นภาษาไทย พี่เบียร์หน้าซีด
สลับ แดงด้วยความโกรธ แท ซอง ส่งมือให้พร้อมทั้งกล่าวสวัสดี
" มันนาซอ พัน กาวอโย....ยินดีที่ได้รู้จักครับ "
พี่เบียร์จับมือเขาอย่างเสียมิได้แล้วรีบปล่อยมือ
" ไปกันเถอะพลอย พี่ขี้เกียจเดินแล้ว "
พี่พลอยที่ยืนรออยู่ห่างๆ เดินหิ้วของตามพี่
เบียร์ไปอย่างว่าง่าย ผู้หญิงสวยและไม่มีสมองแบบนี้สินะที่พี่เบียร์ชอบ
วันนี้เป็นวันที่ผมบอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าผมหมดรักพี่เบียร์แล้ว
" คนตะกี้นี้แฟนเก่า ฮัน กวาง ใช่ไหม ? "
" ฮื่อ เป็นครูด้วย "
คราวนี้ผมพูดถึงเขาได้โดยที่ไม่รู้สึกสะเทือน
ใจเลยแม้แต่น้อย พี่เบียร์ไม่เป็นผู้ชายพอสำหรับผม เขายังหวังที่จะเห็น
ผมโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของเขาและยังคงเฝ้ารอคอยให้เขากลับ
มา เขาผิดหวังและหัวเสียที่เห็นผมควงใครคนใหม่ที่ดีกว่าเขา
" แล้วตะกี้ ฮัน กวาง บอกเขาไปว่าอะไรน่ะ "
" ไม่บอก "
" ทำไมล่ะ "
" บอกแล้วเดี๋ยว แท ซอง รู้ "
" บ้าไปแล้ว ผมอยากรู้สิถึงถาม "
ผมเอามือไพล่หลังแล้ว เอาหน้าผากกดที่อก
กว้างๆของเขา ไม่อายสายตาของใครหลายคนที่มองมาแล้ว
" คัมซา ฮัมนีดา ... ขอบคุณครับ "
" ขอบคุณผมเรื่องอะไร ผมเองสิต้องขอบคุณ
ฮัน กวาง คัมซา ฮัมนีดา "
ผมแหงนหน้าขึ้นมองเขา ในตาของเขามีเงา
ของผมซ้อนอยู่ และผมว่าในตาผมก็คงมีแต่เงาของเขาเท่านั้น ผมเห็น
ดวงดาวนับพันเป็นประกายระยิบระยับ ดุจดังท้องฟ้ายามราตรีในนั้นด้วย
เหมือนที่เพลงในภาพยนต์เกาหลีเรื่องหนึ่งร้องไว้...อาทิตย์และจันทร์ต่าง
มาเยี่ยมเยือนฟากฟ้าแล้วจากไป ดาวต่างหากที่ยังคงอยู่คู่ท้องฟ้า เพียง
แต่เรามองมันเห็นหรือไม่เท่านั้น บางครั้งรักเหมือนก็ดังดวงดาวกับท้อง
ฟ้าอยู่ใกล้แต่เราไม่เคยมองเห็น...
............................................
ผมพา แท ซอง ขับรถเล่นไปตามถนนยาม
ราตรี ไปตามทางที่เราไม่รู้จักชื่อ พูดคุยกันอย่างไม่รู้เบื่อ แท ซอง อายุ
เกือบ 20 แล้ว เขาจะต้องถูกเกณฑ์ทหารซึ่งชายเกาหลีทุกคนจะต้องผ่าน
เขามาเที่ยวเพียง 7 วัน แต่บังเอิญว่าโดนล้วงกระเป๋าเสียก่อน มารู้ตัว
ก็ตอนที่หาเงินจ่ายค่าข้าวน่ะแหละ แล้วก็เจอผม
ผมเลยเล่าให้ฟังว่าผมเรียนแพทย์ปีที่สามแล้ว
เป็นคนโคราชแต่ก็มาโตที่กรุงเทพฯ พี่เบียร์เป็นคนบ้านเดียวกันและโต
มาด้วยกัน ที่สอบเข้าที่นี่เพราะคิดว่าจะได้อยู่ใกล้ๆคนที่รัก แต่พอคบกัน
ได้ไม่ทันสี่ปี พี่เบียร์ก็ไปแต่งกับพี่พลอย หมอสูติที่เรียนรุ่นเดียวกันเหตุผล
เพราะเขาอยากมีชีวิตครอบครัวจริงๆ
" นี่ๆๆ ฮัน กวาง ผมจะให้ดูอะไรนี่ "
เขาจอดรถที่ซุ้มประตูหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง
มีรั้วระแนงโปร่งทำด้วยไม้ฉำฉาทาสีขาว พวงชมพูกอใหญ่เลื้อยระดะไป
ตามซุ้มทอดพวงดอกสีชมพูรุปหัวใจกระจุ๋มกระจิ๋มพราวไปทั่ว
" เขาเรียกว่าต้นอะไร "
" พวงชมพู กินได้ด้วยนะ เอาไปชุบแป้งทอด "
" โห ไม่โรแมนติคเลย มานี่ผมจะเล่าอะไรให้ฟัง
ต้นเนี้ย มันมีความหมายว่า...พันธแห่งรัก...คนเกาหลีเขาถือว่าดอกไม้
ชนิดนี้แสดงความผูกพันของคนสองคนและพรหมลิขิต ถ้าผมจะแต่งงาน
ผมจะบอกรักกับเขาใต้ต้นไม้นี้ "
เอาอีกแล้ว ผมหน้าแดงจัดเมื่อเขาพูดถึงการ
บอกรัก นี่ผมคิดไปเองอีกแล้ว เพิ่งถูกหักอกจากคนไทยมาหยกๆนี่ผมจะ
มาตกหลุมรักหนุ่มเกาหลีที่เพิ่งเจอกันไม่เต็มวันดี ก่อนที่ผมจะคิดอะไร
เลยเถิดไปกว่านั้น แท ซอง ก็เดินดุ่มๆไปหา ร.ป.ภ. ที่ประตูทางเข้า
เขาคุยอะไร 2 - 3 คำ เป็นภาษาเกาหลี ร.ป.ภ.
ส่ายหัวท่าเดียว แท ซอง ยักไหล่แล้วก้เดินจากมา
" คุณคุยอะไรกับเขาน่ะ เขาฟังเกาหลีรู้เรื่องเหรอ"
แท ซอง ส่ายหน้าแล้วเขย่งตัว จากรูปร่างสูง
ใหญ่เกือบ 190 เซนต์ จึงเอื้อมมือไปถึงโค้งซุ้มได้อย่างสบายๆ มือกำเอา
ช่อพวงชมพูออกมากำใหญ่แล้วดึงอย่างแรง
" แท ซอง ทำอะไรน่ะ !!!"
ผมพยายามยื้อมือของเขา ทว่าพวงชมพูทั้งกอ
ถูกกระชากหลุดออกซุ้ม ดอกรูปหัวใจสีชมพูโปรยปรายไปทั่วดุจฝน
วินาทีนั้นผมรู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นๆแนบที่แก้มเหมือนจงใจ
" ฮัน กวางเตรียมตัววิ่ง "
ร.ป.ภ. ตะโกนด่าดังลั่นพร้อมทั้งถือกระบองวิ่งมา
แท ซอง หัวเราะดังลั่นก่อนจะโดดขึ้นฟีโน่ของผมที่สตาร์ทรอเอาไว้แล้ว
เราสองคนบิดรถหนีได้ทันเวลาแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนที่ ร.ป.ภ. จะ
วิ่งมาถึงตัว
เราสองคนขี่รถมาถึงอพาร์ทเมนท์ของผมเมื่อไร
ไม่รู้ แท ซองกับผมวิ่งแข่งกันขึ้นบันไดไปที่ห้องทั้งๆที่เราก็มีลิฟท์ เสียง
หัวเราะของเราสองคนดังลั่นสลับกับเสียงฝีเท้า กลีบพวงชมพูปลิดปลิว
โปรยปรายไปตลอดทาง มันเป็นคืนที่ผมรู้สึกว่าตัวเองอยากจะบ้าหลุด
โลก ทันทีที่เข้าไปถึงห้อง แท ซองก็ขว้างกอพวงชมพูไปที่เตียง กลีบ
ดอกสีชมพูกระจัดกระจายดุจเป็นลายใหม่ของผ้าปูเตียง
" ฮัน กวาง คุณเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม ? "
" ไม่ อืม ไม่...แน่ "
ประโยคสุดท้ายผมไม่แน่ใจ เพราะ แท ซอง
กำลังจะอุ้มผมไปที่เตียง ผมไม่กล้ามองหน้าเขา ใจมันเต้นรัวไปหมด
นี่ผมกำลังจะขึ้นเตียงกับหนุ่มต่างชาติที่พบกันแค่วันเดียว ผมอยากจะขัด
ขืนแต่ใจมันไม่ยอมทำตาม ...เขาจะมองเราเป็นคนใจง่ายไหมนะ ? เขา
อาจถามเราว่าเคยทำแบบนี้กับคนแปลกหน้าบ่อยไหม ? ....
จมูกโด่งๆเคลียคลออยู่ที่แก้มผม ลมหายใจร้อนๆ
รินรด มันใกล้จนผมได้กลิ่นเบียร์ที่เราดื่มกันตอนนั้น ผมกลัวใจมันจะเต้น
ดังจนเขาจับได้ เมื่อเขาอุ้มผมวางลงบนเตียง
เหมือนโลกนี้ถูกย้อมไปด้วยสีชมพูของกลีบดอก
ไม้ ผมหลับตาเมื่อริมฝีปากอุ่นๆของ แท ซอง แตะลงมาที่เปลือกตา ผม
อยากเรียกสิ่งนี้ว่ารัก....
.......................................................
" มันเร็วไปไหมถ้าผมจะบอกว่ารักคุณ "
....เร็วไป แท ซอง ผมพบคุณเพิ่งจะวันเดียว
เอง ....หากผมไม่อาจเปล่งเสียงพูดคำนั้น ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
หรืออาจเป็นอาถรรพณ์ของดอกพวงชมพู แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม
ตอนนี้ผมกำลังยอมรับกับตัวเองแล้วว่า ผมรัก แท ซอง หมดหัวใจ
" ผมรักคุณ ... ซารางแฮโย "
แล้วริมฝีปากอุ่นๆก็ประกบลงมาหาริมฝีปากผม
มันเหมือนโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุนตรงหน้า ผมเผยอปากรับลิ้นของเขา
ที่สอดเข้ามากระหวัดรัดเกี่ยวกับลิ้นผม เหมือน แท ซองดูดดื่มเอาลมหาย
ใจไปจากกายผม ร่างเราแทบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันโดยมีกลีบดอก
ไม้ สีชมพูเป็นประจักษ์พยานแห่งความรัก
ผมครางเบาๆเมื่อเขาเลื่อนริมฝีปากระเรื่อย
ลงไปตามซอกคอ และ ใบหู ผิวเนื้อเปลือยเปล่าของเขาแน่นและร้อน
เมื่อบดเบียดลงมาในอ้อมกอดผม หัวนมของเขาห่อตัวชูชันเมื่อผมไล้
ปลายลิ้นวนรอบมัน แท ซอง สูดปากครางด้วยความพึงใจยามที่ผมดูด
ดื่มมันทีละข้าง กายแกร่งสั่นสะท้านราวสนต้องลม เสียงเขาพึมพำ
" อย่าเพิ่ง ผมอยากทำให้มันถูกต้อง "
แท ซอง ช้อนใบหน้าผมขึ้นมา เขาคุกเข่า
ลงแทบเท้าผมพลางถอดแหวนทองที่นิ้วนางมือซ้ายเขาออกมาใส่ให้ผม
" คุณเป็นคนรักของผมแล้วนะ ฮัน กวาง "
ผมดีใจจนน้ำตาไหล ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะ
มีวันนี้ในชีวิต แท ซอง ใช้นิ้วชี้ปาดน้ำตาให้ผม
" คุณเสียใจหรือดีใจกันเนี่ย "
ผมทุบเขาเบาๆ " คนบ้า "
ก็นี่ไงคนบ้าที่ผมรัก คนที่บอกว่าแฟนผมจะ
ต้องเลี้ยงไม่โตเพราะโดนคนมือหนักอย่างผมทุบ ผมซุกลงแอบอิงกับอก
หนาล่ำอย่างสุขใจ แท ซอง จูบผมเบาๆที่แก้มแล้วไล้ปลายจมูกโด่งๆเข้า
ที่ต้นคอพลางกระซิบ
" คืนนี้ผมมีความสุขที่สุดในชีวิตเลย "
" อย่าพุดอย่างนั้นสิ เราสองคนจะต้องมี
ความสุขทุกวัน แท ซอง "
เขาจูบผมซ้ำๆที่ขมับ เหมือนมันชื้นและ
อุ่นเล็กน้อย ...หรือเขาร้องไห้...
" ความสุขคนเราน่ะ มันไม่ยั่งยืนถาวร
หรอกนะ "
ผมมองตาเขา ประกายเศร้าในตากระจ่าง
ชัด เขาแกล้งเอาหน้าผากโขกหัวผมเบาๆ
" ผมจะให้หาทางให้หมอทำให้ ฮัน กวาง
ท้อง ให้อุ้มท้องเหมือนพ่อม้าน้ำเลย "
" ถ้าเป็นลูกของ แท ซอง ผมยอม "
แท ซอง กอดผมแนบแน่น เขาพูดเสียง
แผ่วเบา " ฮัน กวาง คืนนี้ผมขอกอดคุณจนถึงเช้าได้ไหม ? "
" ฮื่อ " ผมกอดตอบเขา แล้วซุกหน้าลง
ตรงจุดที่เป็นที่ตั้งของหัวใจ เสียงเต้นเป็นจังหวะข้างในค่อยๆกล่อมผมให้
เคลิ้มหลับ แท ซอง ฮัมเพลงเป็นภาษาเกาหลีเบาๆ
...อาทิตย์ และ จันทร์ ต่างมาเยือนฟาก
ฟ้าแล้วจากไป ดารานั้นไซร้อยู่คู่ฟ้านิรันดร์....
........................................................
เมื่อผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็พบว่า แท ซอง
นอนจ้องหน้าผมอยู่แล้ว
" อันย้ง ฮาเซโย...สวัสดีครับ "
" อันย้ง ฮาเซโย แท ซอง "
ผมรู้สึกเขินมากจริงๆที่เขายังคงนอนจ้องหน้าผมอยู่
มานึกขึ้นได้ว่าทั้งผมและเขาต่างก็เปลือยทั้งคู่ จึงรีบลุกขึ้นจะคว้าเสื้อผ้า
มาสวม
" หาอะไรหรือ ฮัน กวาง "
" ผมจะหาเสื้อผ้าใส่ "
" ใส่ทำไมล่ะ ไม่เห็นจะต้องอาย ลืมไปแล้วหรือว่า
เราแต่งงานกันแล้ว "
แท ซอง รวบเอวผมให้กลับไปนอนต่อบนเตียง ผม
ไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องเมื่อคืนนี้เป็นความจริง แท ซอง อ่อนโยนกับผม
มาก ถึงแม้ว่าอะไรต่อมิอะไรเราจะ...เอ่อ...ต่างกันมาก แต่สุดท้ายเรา ก็
เอ่อ...เข้ากันได้ดี
โอ๊ย...เขินๆๆ...คิดอะไรกันเนี่ย เช้าแล้วนะ ไม่อาย
เลย ผมหน้าแดงเพี่ยงแค่คิดถึงภาพเมื่อคืนตอนที่ผมและเขาสอดประสาน
กันเป็นหนึ่งเดียวเหมือนร่างกายของเราจะละลายเข้าหากัน วินาทีนั้น
แท ซอง พร่ำกระซิบบอกรักผม ...ซารางแฮโย...
" ฮัน กวาง เป็นอะไรไป นั่งถูแก้มตัวเองทำไมน่ะ "
แท ซอง ทัก ผมเลยหันไปบีบจมูกโด่งๆ ของเขา
" ผมอยากกิน แท ซอง เป็น อาหารเช้าเลย "
" จริงอ่ะ " เขาทำหน้าทะเล้น " กินส่วนไหนดี "
ผมโถมกอดเขาทั้งตัว จน แท ซอง ล้มลงนอนกับ
เตียง ผมมุดเข้าไปในผ้าห่มแล้วเอานิ้วจี้เอวเขาแรงๆ แท ซองดิ้นแล้วหัว
เราะก๊าก ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายตัวโอย่างเขาจะบ้าจี้ ทีเมื่อคืนผมกอดเอวเขา
หลับไม่เห็นจะหัวเราะอย่างนี้
ผิวขาวจัดเป็นรอยแดงเมื่อผมดูดมันเบาๆ แท ซอง
เอียงคอให้ผมซุกไซร้ได้อย่างเต็มที่ ผมรู้สึกว่าเขาครางในลำคอเหมือน
เสียงแมวเมื่อผมลูบไล้ลงไปตามสีข้างผ่านเอวคอดบาลงสู่สะโพกเพรียว
แคบ มือสัมผัสกับแท่งเนื้อที่ผงาดง้ำอยู่ตรงหน้าขา ผมซึ้งถึงพิษสงของ
มันมาแล้วเป็นอย่างดี แท ซอง หน้าเหยเกด้วยความเสียวเมื่อผมกุมกำ
มันเอาไว้ แล้วก้าวขาขึ้นคร่อมมัน
ผมหลับตากัดฟัน ปล่อยให้ แท ซอง ดุนดันมัน
ผ่านเข้าไปในตัวผมอย่างช้าๆ เป็นจังหวะ ลิ้มรสความเป็นชายที่อัดแน่น
ภายใน ลมหายใจหอบถี่ของเขาเป่ารดหน้าอกผม
" เจ็บไหม ฮัน กวาง "
แล้ว แท ซองก็โน้มคอผมลงไปประกบริมฝีปาก
กัน ขณะที่ผมเริ่มควบม้าหนุ่มเกาหลีเบาๆ กลีบดอกพวงชมพูเกลื่อนไป
ทั่วห้องปลิวคว้างไปตามแรงลม บางกลีบยังติดอยู่บนเตียงและตัวของ
เราสองคน แท ซอง พลิกเอาผมลงนอนแทนแล้วเริ่มเป็นฝ่ายรุกล้ำ
แล้วเร่งแรงโหมกระหน่ำอย่างหนักแน่น ใบหน้าหล่อเหลาของเขาแดงจัด
เหงื่อเม็ดเล็กๆเกาะพราวไปทั่วร่าง ผมได้แต่โอบกระชับเขาอย่างเหนียว
แน่นราวกับไม่อยากให้เขาจากไปไหน จนกระทั่ง แท ซอง หมดแรงฟุบ
ลงมาหลับบนหลังผม
" ผมรักคุณ แท ซอง "
ผมบอกรักเขาเป็นภาษาไทย แท ซอง จูบแก้มผม
แล้วพลิกให้ผมนอนบนอกเขา
" นอนซะคนดี "
ไม่รู้เหมือนกันว่าผมหลับไปนานแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ
จมูกผมได้กลิ่นไหม้ วินาทีนั้นเองที่ผมรีบลุกขึ้นแล้วคว้าผ้าห่มมาพันกาย
แท ซอง หายไปไหน ? ผมตะโกนเสียงดัง
" แท ซอง คุณอยู่ที่ไหน ? "
ควันสีขาวพลุ่งโขมงออกมาจากห้องครัว ใจผม
ห่วงแต่ แท ซองอย่างเดียว เท่านั้น คว้าเอาที่ดับเพลิงได้ผมก็พ่นใส่เตา
ทันที ปากก็ตะโกนร้อง
" แท ซอง ๆ คุณอยู่ไหน ? "
............................................
ทันที่ที่ควันจาง สิ่งที่ผมเห็นคือ แท ซอง
ตัวขาวโพลนไปด้วยโฟมดับเพลิง ทั้งเตาและโต๊ะทำอาหารเละเทะไป
หมด ต้นเหตุของควันมาจากสิ่งที่ดูคล้ายกระเพรากุ้งในกระทะ และไข่
เจียวสีดำสนิท
" แท ซอง เกิดอะไรขึ้น "
" คือ แบบว่า ผมอยากทำอาหารให้คุณทานน่ะ "
เขาอุตส่าห์จำได้ว่าผมชอบกระเพรากุ้ง ทั้งๆที่วันนั้น
ผมทำเพื่อแกล้งเขา แท ซอง ค่อยๆปัดโฟมออกจากอาหาร
" ผมว่าจะทำเซอร์ไพรซ์ เลยกลายเป็นไฟใหม้ซะนี่ "
ผมกอดเอว แท ซอง เอาไว้หลวมๆ แล้วจูบที่แผ่น
หลังกว้างหนึ่งที
" ช่างมันเถอะ ของกินมีอีกเยอะ เดี๋ยวเราสั่งเขามา
ส่ง ก็ได้ "
" วันนี้เป็นวันที่เราอยู่ด้วยกันวันแรก ผมอยากทำกับ
ข้าวให้ ฮัน กวางกินนี่ "
ผมกระชับผ้าห่มให้แนบตัวแล้วลุยผ่านหน้าเตาไป
หยิบกับข้าวมาวางบนโต๊ะ มีกระเพรากุ้ง ไข่เจียว(ดำๆ) แล้วก็
" อ๊ะ มีกิมจิด้วย "
" อืม แต่ยังไม่เข้าที่นะ เพิ่งทำเอง "
ผมมองหน้าซื่อๆของเขาแล้วอดขำไม่ได้ ทั้งโฟม
และเขม่าควันเต็มหน้า ผมลองเปิดดูหม้อข้าว
โอ้ พระเจ้า แท ซอง หุงข้าวต้มในหม้อไฟฟ้า น้ำ
ข้าวต้มคงไหลล้นทะลักออกทางท่อระบายไอน้ำ แล้วไหลลงแผ่นทำ
ความร้อนนี่คงเป็นอีกหนึ่งที่มาของควัน
" ข้าวที่นี่ไม่เหมือนที่เกาหลี ขึ้นหม้อดีจัง "
ใช่ครับ ขึ้นจนล้นออกมานอกหม้อเลย
ผมดูกิมจิผักกวางตุ้งใต้หวัน มันออกแดงจัดจน
น่ากลัว หากเมื่อผมลองหยิบมาชิมรสชาด
" อื้มม อร่อยนะ "
" อร่อยจริงนะ " แท ซอง ทำท่าประจบ
" อย่างนี้สอบผ่านการเป็นคู่ชีวิต ฮัน กวาง แล้วสิ "
" ฮื่อ "
แต่อะไรบางอย่างมันขัดกับความรู้สึกลึกๆของผม
รสชาดกิมจิ...ไม่ใช่ ผักมากกว่าที่ผมแปลกใจ
" แท ซอง เอาผักมาจากไหนเหรอ ? "
" ก็กะหล่ำปลีที่ ฮันกวางปลูกไว้ข้างหน้าต่างไง
น่ารักนะ รู้จักประหยัดปลูกผักกินเองด้วย "
แท ซอง ยิ้มเอาใจ ก่อนจะหยิบกิมจิป้อนให้ผม
ผมทำใจนิดหนึ่งก่อนจะยอมกินกิมจิต้นพูเลย์ที่ผมซื้อมาเกือบห้าร้อยบาท
" อ่า คำแรก สวัสดี อันย้ง ฮาเซโย "
แท ซอง ใช้โทรศัพท์ผมถ่ายคลิปตัวเขาเอง
ขณะผมทำความสะอาดห้องครัว ตอนนี้เขาอาบน้ำจนสะอาดแล้วหันมา
ใส่กางเกงแพรตัวเก่งของพี่เบียร์ซึ่ง แท ซอง ยึดเป็นของตัวเองแล้ว
" สวัสดีภาษาไทยว่ายังไงนะ "
" สวัสดี "
" ซา - หวาด - ดี "
เขาแกล้งหันกล้องมาทางผมที่กำลังขัดหน้าเตาอยู่
ผมตีมือเขาเบาๆไม่ให้เขากวน มือใหญ่ๆโอบเอวผมจนแนบอกเขา
" สวัสดีครับ ผมชื่อ แท ซอง เป็นแฟนของฮัน
กวาง " กล้องจับมาที่หน้าผม " นี่คือฮัน กวาง "
ผมแลบลิ้นใส่กล้องแล้วเอามือปิดเลนส์ แท ซอง
หอมแก้มผมแล้วกดปลายจมูกลงที่ใบหู มันจั๊กกระจี้นิดๆกับไรหนวดของ
เขา
" หัดเอาไว้นะ วันหลังคุณจะได้คุยกับคนเกาหลีได้ "
" แล้วทำไม แท ซอง ไม่หัดภาษาไทย "
" ไม่หัด เพราะเดี๋ยวผมก็กลับแล้ว "
" เหมือนกัน "
ประโยคนั้นเหมือนบาดลึกลงในความรู้สึกของเรา
สองคน คุรเคยได้ยินไหมคำว่า SUMMER LOVE วสันต์สวาทหรือรักใน
ฤดูร้อน สำนวนเก่าแก่ของชาวตะวันตก ความรักที่มาเร็วและไปเร็วดุจ
ฤดุร้อนในแดนตะวันตก แท ซอง คงจะจับความรู้สึกของผมได้จึงกอด
ผมไว้
" ผมเชื่อในพรหมลิขิต สิ่งใดที่พระเจ้ากำหนดไว้
ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ผมเชื่อว่า ฮัน กวางเป็นคู่แท้ของผมและผมเกิด
มาเพื่อที่จะรักคุณเท่านั้น "
" มันเป็นไปไม่ได้หรอก อีกไม่กี่วัน แท ซองก็จะ
กลับปูซานแล้ว ส่วนผมก็ยังจะต้องอยู่ที่นี่...."
" ฮัน กวาง อยู่ที่นี่ "
เขาชี้ที่หน้าอกด้านซ้ายของเขาเอง และใช้นิ้วนั้น
แตะที่อกด้านซ้ายของผม
" แท ซอง อยู่ที่นี่ "
ผมกดปลายคางลงที่ตักของเขา แท ซอง ลูบหัว
ผมเบาๆ เสียงเขาค่อนข้างสั่น
" เจ็ดวันที่เราได้เจอรักแท้ดีกว่าตลอดชีวิตต้อง
วิ่งไขว่คว้าหามัน..."
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรน้ำเสียงเขาดูเศร้าเหลือเกินผม
รู้สึกเหมือนขอบตาจะร้อนผ่าวๆ พูดอะไรไม่ออก
จู่ เสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น แท ซอง มองหน้า
ผมรีบกดรับสาย ปรากฏว่าต้นสายเป็นคนเกาหลี ผมจึงส่งให้ แท ซอง
ได้ยินเขาคุยกันล้งเล้งๆสักพักก็วางสาย
" ใครเหรอ ? "
" โทรจากสถานฑูต ตอนนี้ได้กระเป๋าตังค์คืน
แล้ว มีคนเก็บได้แล้วเอาไปส่งให้ตำรวจ บัตรต่างๆอยู่ครบ หายไปแต่เงิน
เท่านั้น"
" ดีจังเลย..."
.....ถ้าเขามีเงินแล้วเขาจะไปขอไปอยู่ที่อื่นหรือ
เปล่า ? ผมเริ่มหวาดวิตก กลัวว่าเขาจะขอแยกไปอยู่ตามลำพัง ทำไมนะ
ทำไมต้องเจอกระเป๋าสตางค์ด้วย
" ฮัน กวาง ไปรับกระเป๋าสตางค์ผมกันเถอะ "
ผมพยักหน้าเงียบๆ ใจมันหมดลานไปเลย ก็
คงจะดีใจที่ไม่ต้องทนอยู่กับผมแล้ว ไปอยู่ห้องพักหรูๆบนโรงแรมกิน
อาหารภัตตาคารนอนเตียง เดอลุกซ์
" ท่าทางไม่ค่อยดีเลย ฮัน กวางเป็นอะไรไป
ไม่ดีใจเหรอ ผมจะได้มีเงินคืน ฮัน กวางยังไงล่ะ "
.... เงินเหรอ ผมไม่เคยคำนึงถึงมันเสียด้วยซ้ำ
ไป ผมเคยได้ยินนิทานญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง ที่กล่าวถึงสาวงามผู้เผาเมืองจน
วอดวายเพียงเพื่อให้ตนได้อยู่กับชายที่รัก ผมเองก็คงมีความรู้สึกแบบนั้น
เหมือนกัน แท ซอง นิ่วหน้านิดหนึ่งคล้ายเจ็บปวด
" เดี๋ยวผมมานะ "
เขาหยิบเป้สะพายเดินไปห้องน้ำ ผมชักเริ่ม
ผิดสังเกตุ หลายครั้งแล้วที่เขาหิ้วกระเป๋าเข้าห้องน้ำ ไม่น่า ผมไม่อยาก
คิดเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับตัวเขา
ไม่รอช้า ทันทีที่ แท ซอง ปิดประตูห้องน้ำ
ผมก็หยิบกุญแจออกจากตู้ นับ 1....2....3....จนถึง 9 แล้วผมก็ไขกุญแจ
เข้าไปทันที
" ฮัน กวาง เข้ามาทำไมน่ะ !!! "
ในมือ แท ซอง ตอนนี้มีแต่ยาเม็ดเล็กๆเต็ม
ไปหมด ผมถลันเข้าแย่งแต่ แท ซอง เอามือกันผมไว้แล้วกรอกมันลงคอ
จนหมด
" แท ซอง ผมไม่เคยคิดเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ "
เขาเดินออกไปแล้วกดน้ำดื่มที่ตู้มาดื่มตาม
" เป็นยังไง "
ผมเม้มปาก ท่าทางเขาไม่สะทกสะท้านเลย
" พวกขี้ยา "
เท่านั้นแหละ แท ซอง ก็ปล่อยก๊ากออกมาดังลั่น
" ฮัน กวาง อย่างผมเนี่ยนะติดยา "
" แล้วยาอะไรของคุณเยอะแยะขนาดนี้ "
แท ซอง ทำหน้าเจ้าเล่ห์ เขาจุ๊ปาก
" ผมเป็น เอช. ไอ. วี. คุณติดโรคผมแล้ว "
ผมทุบไหล่เขาเบาๆ แท ซอง หัวเราะอีก
" เด็กโง่ ผมเป็นโรคภูมิแพ้ ไม่มีอะไรหรอก "
" จริงดิ "
" ฮื่อ มีพวกยาแก้แพ้แล้วก็วิตามินเสริม กินเยอะๆจะ
ได้แข็งแรงยังไงล่ะ "
แท ซอง กุมมือผมไว้แล้วเอาไปแนบแก้ม
" ถ้าผมได้การ์ดกับกระเป๋าเงินคืนแล้วคุณจะยอมให้
ผมอยู่ด้วยเหมือนเดิมไหม ? "
" ...ก็ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ...."
ผมตอบเสียงอุบอิบ แต่หน้าก็คงจะแดงจน แท ซอง
สังเกตุได้
แล้วเราสองคนก็ไปรับกระเป๋าสตางค์และข้าวของ
ต่างๆที่สถานฑูต มีการตรวจสอบกันเล็กน้อยก่อนรับ จากนั้นเราก็แจ้งเลิก
อายัดบัตรทั้งหมด ดูเหมือนเจ้าหน้าที่จะพยายามทำงานให้ล่าช้ายุ่งยาก
จนเกินไป ก่อนที่พวกเราจะได้ทันออกจากสถานฑูต หญิงเกาหลีคนหนึ่ง
ก็มาดึงแขน แท วอง ไว้
เธอต่อว่าเขาเป็นภาษาเกาหลียกใหญ่ ผมได้แต่
งง ดูจากใบหน้าและท่าทางคงไม่ใช่แฟนเขาเป็นแน่ น่าจะเป็นพี่สาวเสีย
มากกว่า สักพักเธอก็หันมาค้อมศรีษะให้
สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ ฮยุน โย " เธอกล่าวแนะนำ
ตัวเป็นภาษาอังกฤษคล่องปรื๋อ " เป็นพี่สาวของเจ้าน้องไม่เอาไหน แท
ซอง ค่ะ เขามาทำอะไรให้คุณเดือดร้อนหรือเปล่าคะ ? "
" เอ่อ ไม่เลยครับ มีอะไรเกิดขึ้นหรือครับ "
ผมมองหน้า ฮยุน โย ที มองหน้า แท ซอง ที
สลับกันไป ท่าทาง แท ซอง หลุกหลิกเหมือนไม่สบายใจ เขาพูดโพล่ง
อะไรบางอย่างออกมาเป็นภาษาเกาหลี ฮยุน โย ตีหลังมือ แท ซอง ดัง
เผียะ ผมเชื่อแล้วว่าผู้หญิงเกาหลีดุ
" คุณ ชื่อ ฮัน กวาง เหรอคะ คือว่า แท ซอง
เขาหนีมาเที่ยวโดยที่ไม่ได้บอกทางบ้านน่ะค่ะ พวกเราเลยต้องออกมา
ตามหาเขากันให้จ้าละหวั่น ดีที่ติดต่อกับทางสถานฑูตได้ว่าเขามาที่นี่
นี่ถ้ากระเป๋าตังค์ไม่หายก็คงไม่ยอมปรากฏตัวใช่ไหม ? "
ประโยคสุดท้ายหันไปเข่นเขี้ยวกับน้องชาย
ผมกัดริมฝีปากแรงจนรู้สึกเจ็บ ภาวนาให้เรื่อง
ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงความฝัน ฮยุน โย ไม่มีตัวตน แท ซอง จะต้องกลับ
ไปกับผมแล้วอยู่ด้วยกันเหมือนเมื่อวาน
แท ซอง ถกเถียงอะไรบางอย่างกับพี่สาวสอง
สามคำ ฮยุน โย กระตุกกระเป๋าสตางค์ออกจากมือ แท ซองแล้วยัดลงถุง
ก่อนจะบิดเนื้อที่แขนเขาราวกับเป็นเด็กๆ
" ขอโทษที่ไร้มารยาทค่ะ เด็กคนนี้เหลือขอ
จริงๆ " ฮยุน โย ถอนใจ ผมมองเห็นเขาลูบแขนตัวเองป้อยๆ คงจะเจ็บ
น่าดู ไม่ว่าจะโตเป็นหนุ่มขนาดไหนเขาก็ยังคงเป็นน้องชายของ ฮยุน โย
วันยังค่ำ แท ซอง เดินมาหลบหลังผม
" ของผมอยู่ที่บ้าน ฮัน กวาง "
เขาบ่น ฮยุน โย ส่ายหน้า
" ก็ไปเอามาสิ ไม่เกรงใจเขาหรือไง ? "
เท่านั้นแหละ แท ซอง ก็นิ่งเขาพูดกับ ฮยุน
โย เป็นภาษาเกาหลีอีกครั้ง แปลกที่หญิงสาวหน้าซีดลงกระทันหัน
" ไปกันเถอะ ฮัน กวาง ตามวีซ่า ผมยังอยู่
ได้อีก 2 วัน "
ฮยุน โย ตัดสินใจหยิบกระเป๋าสตางค์ส่งคืน
ให้ แท ซอง " เอาคืนไป ถ้าไม่มีมัน เธอจะลำบาก "
แท ซอง ยิ้มฝืนๆ เขาตบบ่าผมเบาๆแล้ว
เดินออกจากสถานฑูตมา ฮยุน โย ตะโกนเรียก
" เดี๋ยวพี่ไปส่งเธอให้ที่บ้าน จะได้รู้จักบ้านเธอด้วย "
..........................................
พี่ ฮยุน โย จอดรถที่ลานด้านหลังอพาร์ทเมนท์
ผม แท ซอง เปิดประตูออกจากรถทันทีโดยไม่คิดจะขอบคุณพี่สาว ผม
ค้อมศรีษะให้เธอ
" ขอบคุณครับพี่ ฮยุน โย "
เธอยิ้มเศร้าๆก่อนที่จะค้อมศรีษะตอบ ผมรีบเดินตาม
แท ซอง ไป พี่ ฮยุน โย กล่าวลา
" ฮัน กวาง พี่ฝาก แท ซอง ด้วยนะคะ "
บนประตูกระจกของอพาร์ทเมนท์ ผมมองเห็นพี่ ฮยุน
โย โบกมือให้ผมช้าๆ ท่าทางเธอดูเศร้าสร้อยจนน่าใจหาย
ผมวิ่งตาม แท ซอง จนกระทั่งทันที่ลิฟท์
" ตะกี้ แท ซอง คุยกะ พี่ฮยุน โย ว่ายังไงน่ะ "
" ผมบอกเขาไปว่า ฮัน กวางเป็นแฟนผม "
" หา !!! "
" จริง " แท ซอง ยิ้มเผล่ " แล้วบอกว่า ฮัน กวาง แต่ง
งานกับผมแล้วด้วย "
ตายๆๆ มิน่าล่ะพี่ ฮยุน โย ถึงมองผมแปลกๆ หน้า
ผมแดงเป็นลูกตำลึงเลย แท ซองหัวเราะก๊าก แล้วเอามือมายีหัวผมเล่น
" ลิงน้อย หน้าแดงเลย "
ผมกอดแขน แท ซอง แน่น ไม่เคยรู้สึกรักใครได้
เท่านี้มาก่อน เขากล้าเล่าเรื่องราวของเราให้พี่สาวเขาฟังด้วย
ผมอยากให้ลิฟท์นี้เดินทางไปที่ไหนก็ได้ไม่มีที่สิ้น
สุด ผมอยากหยุดเวลานี้ไว้กับ แท ซอง ตลอดกาล
ผมเหม่อมองปฏิทิน อีกสองวัน แท ซอง ก็ต้องกลับ
ปูซานแล้ว ลมหนาวกรรโชกแรงจนม่านหน้าต่างปลิวไสว กลีบพวงชมพู
แห้งปลิดปลิวจากช่อที่แขวนไว้บนแชนเดอเลียหรือโคมระย้า
" นอนไม่หลับหรือ ฮัน กวาง ? "
" ฮื่อ ไม่อยากให้พรุ่งนี้มาถึงเลย "
แท ซอง ลูบไล้สีข้างผมเบาๆ ผมจับมือเขาขึ้นมา
จุมพิต มองเห็นวงสีขาวรอบข้อนิ้วนางมือซ้ายอันเกิดจากแหวนแต่ง
งานที่ถอดให้ผม ผมเคลียแก้มเข้ากับข้อนิ้วของเขาอย่างรักใคร่
" ยังไงก็ตาม วันพรุ่งนี้ก็ต้องมาถึงอยู่ดี "
เขาจูบแผ่นหลังผมแผ่วเบาราวกับการแตะแต้มของ
ปีกผีเสื้อ ระเรื่อยขึ้นสู่ต้นคอ
" ทำไมเราไม่มีความสุขกับวันเวลาที่เหลืออยู่ ผม
จะรักคุณให้เหมือนกับไม่มีวันพรุ่งนี้ ฮัน กวาง ซารางแฮโย...ผมรักคุณ "
ผมหันกลับไปตอบรับจูบจาก แท ซอง ในจูบนั้น
มีรสชาดของน้ำตา ทั้งของผมและของเขา
พี่ ฮยุน โย มารับ แท ซอง ในวันรุ่งขึ้น กระเป๋า
ของเขามีของไม่มากเท่าไร ก็เป้สะพายใบเดียวที่เขาสะพายมานั่นแหละ
ผมเห็น แท ซอง หน้าบูดบึ้งเมื่อพี่สาวต่อโทรศัพท์กลับไปที่ปูซานให้ เขา
คงจะคุยกับพ่อแม่ทางปลายสายเพราะเห็นท่าทางเขาคุยเสียงอ่อยๆ พี่
ฮยุน โย ยืนนิ่งๆดูเขาคุยอยู่พักใหญ่ก็เดินมาหาผม
" ฮัน กวาง พี่ขอขอบคุณเธอมาก ..."
เธอกัดริมฝีปากคล้ายจะสะกดคำพูดอะไรบางอย่าง
จนกระทั่งมันห้อเลือด สุดท้ายจึงกล่าวลา
" อันย้งฮี กาเซโย ...ลาก่อน แท ซอง จะต้องคิด
ถึงเธอแน่นอน "
แล้วพี่ ฮยุน โย ก็หันหลังกลับขึ้นรถไปทันที สัก
ครู่ เสียงสตาร์ทรถก็ดังกระหึ่ม
แท ซอง กดวางโทรศัพท์แล้วถอนหายใจ
" ฮัน กวาง พ่อกับแม่ผมมาที่นี่ด้วย ผมไม่กลับไม่
ได้แล้ว ท่านทั้งสองมาตามผมเพราะกลัวผมไม่กลับ "
ผมกำมือแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อ
" แท ซอง ก็กลับสิ เดี๋ยวผมจะเล่นเอ็มคุยกับ แท
ซองทุกวันจน แท ซอง เบื่อไปเลย "
คล้ายๆกับเลือดจะไหลซึมออกมาจากรอยเล็บที่
กดลงไปแต่ความเจ็บปวดที่ใจมันรุนแรงกว่า มันปวดชาจนเหมือนกับ
วิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่าง
" จริงนะ ผมจะออนเอ็มคอยทุกวันเลย ฮัน กวาง
สัญญาแล้วนะ "
แท ซอง ยิ้มสดใส หากในตารื้นใสด้วยหยาดน้ำ
เขาหยิบตั๋วเครื่องบินออกมาดู
" ผมบินห้าทุ่มคืนนี้ โดนหักหลังน่ะ เที่ยวบินพรุ่ง
นี้มันเต็ม เราจองไม่ทันกันเพราะกลับกันตั้ง 4 คนแน่ะ "
เสียงสูดน้ำมูกเบาๆ แท ซอง กัดหัวแม่มือ
"....ผมคงนอนไม่หลับถ้าไม่มี ฮัน กวาง นอน
อยู่บนอก คุณเองก็คงนอนไม่ได้ถ้าไม่ได้ยินเสียงหัวใจผม...ใช่ไหม "
ผมนิ่งพยายามที่จะไม่ฟัง นับ 1...2...3...4...
แล้วค่อยๆหันหลังเดินจากไป
" ....ตะวันและจันทร์ต่างเยือนฟากฟ้าแล้วจาก
ไป...ดารานั้นไซร้อยู่เคียงคู่ฟ้านิรันดร์...จำได้ใช่ไหม ฮัน กวาง"
สิ้นสุดความอดทนแล้ว ผมวิ่งเข้าไปในอพาร์ท
เมนท์สุดแรงเกิด ผลักประตูลานจอดรถเข้าไปแล้ววิ่งขึ้นไปตามบันได
อย่างไม่คิดชีวิต หัวใจปวดหนึบจนชา ไม่รู้น้ำตามันมาจากไหนมากมาย
นัก ผมวิ่งเข้าห้องปิดประตูแล้วเริ่มร้องไห้อย่างเงียบๆคนเดียว
................................................
ผมเดินออกไปนั่งที่ระเบียงน้ำตายังคงรินไหล
ออกมาอย่างเงียบๆ ช่อพวงชมพูโรยราโยนตัวไปมาท่ามกลางลมหนาว
.......ผมจะบอกรักเขาใต้ต้นนี้แหละ....แท ซองบอกอย่างนั้น มนต์ขลัง
ของมันเสื่อมสลายไปหรือไรรักถึงถูกพรากจากไปเช่นนี้
คืนนี้ ห้าทุ่ม แท ซองก็จะจากไปแล้ว เหลือ
เวลาอีกไม่กี่ชั่วโมง ผมควรจะไปดีหรือไม่ อย่าดีกว่าเดี๋ยวผมตัดใจไม่
ได้ หัดทำใจเสียตั้งแต่ตอนนี้จะดีกว่า แต่ถ้าผมไม่ไปเขาเองก็คงเสียใจ
คิดว่าผมไม่รักเขา คิดมาคิดไปน้ำตาเจ้ากรรมก็เริ่มไหลอีกแล้ว
ไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไร ผมเริ่มวิ่งขึ้นไปบนดาด
ฟ้าอพาร์ทเมนท์ แล้วปีนขึ้นไปบนแท๊งค์น้ำ
" แท ซอง....ซารางแฮโย!!! "
ผมแหกปากตะโกนทั้งน้ำตา
" แท ซอง....ซารางแฮโย!!! "
ผมปล่อยโฮออกมาดังลั่น ไม่เหลือความ
อายอีกต่อไปแล้ว ผมร้องไห้ออกมาเหมือนกับเด็ก
" แท ซอง....."
ไม่มีอีกแล้วที่ใครจะมาสอนผมพูดภาษา
เกาหลี ไม่มีอีกแล้วเสียงหัวเราะที่คุ้นเคย ผมนั่งสะอื้นมองดูภาพในโทร
ศัพท์ทั้งน้ำตา
" ...รักภาษาไทยเขาพูดว่ายังไงนะ "
" รัก "
" อืมม ผมรักคุณ ...ซารางแฮโย "
เครื่องบินออกไปตอนห้าทุ่มห้านาที ผมได้
แต่มองดู แท ซอง ชะเง้อชะแง้หาผม ตาเขาแดงก่ำเหมือนคนผ่านการ
ร้องไห้มาหนัก ผมเองก็เช่นกัน เรื่องทั้งหมดควรที่จะจบแบบนี้แหละ ผม
คิดเช่นนั้น เครื่องบินค่อยๆวิ่งออกจากรันเวย์อย่างช้าๆแล้วบินหายไปจน
ลับตา เหมือนกับมันพาเอาหัวใจของผมไปด้วย
ผมใช้ชีวิตที่เหลืออย่างคนไม่มีวิญญาณ ไม่ว่า
จะอยู่จุดไหนของบ้านดูเหมือนมันจะมีรอยจารึกจาก แท ซอง เสียทั้งสิ้น
ผมลองส่งแมสเสจไปหาเขาทว่าก็ไม่มีการตอบรับกลับมา เขาคงลืมผม
ไปแล้ว
เพียงสองสัปดาห์ที่ผ่านไป มันทรมานเหมือน
เป็นปี แต่จู่ๆผมก็ได้รับเมล์จาก แท ซอง หากคนที่เขียนมาคือ พี่ ฮยุน โย
" ฮัน กวาง น้องรัก พี่มีเรื่อง แท ซอง อยากจะ
คุยด้วย พบกันที่สนามบินตอนหกโมงเย็นของวันพร่งนี้
ลงชื่อ ฮยุน โย "
ผมแปลกใจมากที่พี่ อยุน โย เขียนมาแบบนี้
ใจคอผมยิ่งไม่ค่อยดีอยู่ด้วย คืนนั้นผมนอนไม่หลับ คิดไปต่างๆนาๆ
แล้วผมก็ได้พบกับเธอ พี่ ฮยุนโย ดูเหมือน
จะแก่ลงไปอีกสักสิบปีหลังจากที่ผมไม่ได้เจอแค่สองสัปดาห์ เธอเกล้า
มวยและใส่สูทสีดำ ใจผมหวิวเหมือนกับจะขาด
" ฮัน กวาง...แท ซองเขาจากพวกเราไปแล้ว"
แล้วเราสองคนก็นั่งร้องไห้ด้วยกันเงียบๆที่
สนามบิน แล้วพี่ ฮยุน โย ก็เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผมฟัง
แท ซอง เป็นลูกชายคนเล็กของตระกูล เมื่อ
เด็กก็โตมาเหมือนคนอื่นทั่วไป หากเมื่ออายุ 15 เขามีอาการปวดหัวและ
ช็อคหมดสติไป หมอที่ตรวจระบุพบเนื้องอกในสมองระยะเริ่มแรก
จากนั้นชีวิตเขาก็เข้าๆออกๆโรงพยาบาลเป็น
ว่าเล่น ทั้งการผ่าตัดและฉายรังสี จน แท ซองไม่สามารถเรียนได้เหมือน
เพื่อนคนอื่นๆ ผลจากการฉายรังสีและยา ทำให้เขาทรมานมากบางครั้ง
ก็จะมีอาการทางประสาท ปวดหัวและเบลอ
จนกระทั่งวันหนึ่ง อาการของเขาทรุดหนัก
เกินจะเยียวยา มีเพียงการรักษาขั้นสุดท้ายคือผ่าตัดใหญ่ซึ่งก็ไม่รับรอง
ผลว่าจะปลอดภัย ทันทีที่ทราบ แท ซอง ตัดสินใจหนีมาเมืองไทยจนได้
มาพบกับผม
พี่ ฮยุน โย หยิบเอาโทรศัพท์ของ แท ซอง
ออกมา เธอวางมันลงในมือผมดุจเป็นร่างของน้องชาย
" แท ซอง ฝากมาบอกว่าให้ฮัน กวางให้ได้ "
ผมค่อยๆเปิดมันดู ในนั้นมีไฟล์ใหญ่เพียงไฟล์
เดียว ผมกดปุ่มเริ่มเล่น
มันเป็นภาพของ แท ซอง เพียงได้เห็นน้ำตา
ผมก็เริ่มคลอตา เขาดูซีดเซียวในชุดผู้ป่วยในผมถูกโกนออกจนเกลี้ยง
" อันย้ง ฮาเซโย ฮัน กวาง ผม แท ซองนะ
จำได้หรือเปล่า ตอนนี้ผมถูกจับกลับมาอยู่ในโรงพยาบาลเหมือนเดิม
แล้วหละ "
เขาเอามือลูบศรีษะที่ถูกโกนแล้วถอนหายใจ
" โดนโกนหัวอีกแล้ว หมดหล่อเลย อยากจะ
ให้ ฮัน กวางเห็นแล้ว ประทับใจสักหน่อย "
ผมน้ำตาซึม ไม่ว่าอย่างไร แท ซองก็หล่อที่
สุดเสมอสำหรับผม ผมใช้นิ้วแตะภาพใบหน้าเขาอย่างทะนุถนอม
" อืม ผมอยากจะเล่าทุกอย่างให้ ฮัน กวาง
ฟัง แต่ผมว่า ฮัน กวาง คงไม่เชื่อ คุณเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหมล่ะ
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙
" วันนั้น ผมมารับยาที่โรงพยาบาลเหมือนทุกครั้ง
ผมเจอคุณยายตาบอดท่านหนึ่ง มีคนแกล้งเอาไม้เท้าท่านไปแขวนไว้
บนต้นไม้ แต่ท่านก็ไม่พยายามที่จะหาหรือร้องเรียกใครช่วยนะ ผมเห็น
เลยไปหยิบลงมาให้ ท่านขอบใจแล้วก็บอกว่าท่านรู้อยู่แล้วว่าผมจะเป็น
คนมาเอาให้
ผมก็เลยงง ท่านบอกว่าถ้ามีชีวิตเหลืออยู่แค่ สิบ
วันจะทำอย่างไร ผมเลยบอกว่าจะใช้ให้คุ้มที่สุด ผมจะหาความรักแท้
ของผม แล้วจะมีความสุขกับมันจนวินาทีสุดท้าย
ท่านหยิบดอกไม้แห้งๆในสมุดออกมาแล้วบอกว่า
นี่คือสัญลักษณ์แห่งพรหมลิขิต ถ้าอยากพบกับคู่ให้ดูดอกไม้นี้แล้วจำไว้
ให้ดี คนที่อยู่คู่กับผมใต้ต้นไม้ต้นนี้คือคู่แท้ ให้ผมเดินทางลงใต้แล้วผม
ก็จะพบเอง "
แท ซอง ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เขาคงเริ่มปวด
อีกแล้ว ดูเหมือนพยาบาลจะเดินเข้ามาเพื่อให้ยาแต่ แท ซอง ยกมือขึ้น
ห้ามไว้
" แย่จัง ไม่รู้ว่าผมจะคุยกับ ฮัน กวางได้อีกนาน
เท่าไหร่ เวลาผมคงเหลือน้อยเต็มที พอผมหยิบเอาดอกไม้ออกมาจาก
หนังสือ มันก็ป่นเป็นผงไปหมด พอผมเงยหน้าขึ้นมา คุณยายก็หายไป
แล้ว คืนนั้นผมปวดหัวอย่างรุนแรง หมอลงความเห็นว่าผมจะต้องผ่า
ตัดอีกครั้ง ผมเริ่มเข้าใจความหมายที่คุณยายบอก ผมตัดสินใจเดินทาง
มาไทย แล้วก็ได้พบกับ ฮัน กวาง "
ผมเห็นดวงตาเขารื้นไปด้วยน้ำตา ขณะเล่า
" ผมอยากบอกว่าผมมีความสุขมากแค่ไหนที่ได้
พบคุณ รักคุณ และอยู่ร่วมกับคุณ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาน้อยนิด
แต่มันก็คือเวลาที่ผมรอคอยมาตลอดชีวิต ผมคิดว่ามันคุ้มแล้วที่ทำลง
ไป ผมไม่เสียดายชีวิตที่เหลือเลยในเมื่อผมได้พบกับคนที่ผมรักได้อย่าง
สุดหัวใจ ที่จริงผมเองก็ไม่อยากจะโกหก ฮัน กวาง แต่ผมไม่อยากให้
คุณมาเป็นกังวลเรื่องผม คุณคงไม่โกรธ..."
แท ซอง ขมวดคิ้วเหมือนปวดศรีษะ พยาบาล
และหมอพยายามกดเขานอนราบกับเตียงแล้วเข็นออกไป แท ซอง
โบกมือไล่พยาบาลคนหนึ่งที่จะเอาโทรศัพท์ของเขาออก
" อย่าร้องไห้นะคนดี ผมคงไม่สบายใจหากเห็น
คุณร้องไห้ คุณเองก็รู้ว่าผมไม่ได้จากคุณไปไหน "
เขาทาบมือลงบนหน้าอกข้างซ้าย ผมเองก็วาง
มือไว้ที่นั่นเช่นกัน น้ำตาผมหยดลงบนจอภาพ
" ผมคงพูดกับคุณได้เท่านี้ ฮัน กวาง ผมไม่
อยากพูดคำนี้กับคุณเลย อันย้งฮี กาเซโย....ลาก่อนที่รัก "
แล้วภาพทั้งหมดก็หายไป ผมไม่เหลือน้ำตาให้
ไหลแล้ว ดูมันจะเหือดแห้งไปจากร่างกายผมแล้วสิ้น พี่ ฮยุน โย ร้องไห้
ขณะส่งป้ายไม้หอมสลักชื่อ แท ซอง เป็นภาษาเกาหลีให้ผม
" พี่ฝากดูแล แท ซอง ด้วยนะ ฮัน กวาง ตอนนี้
เธอคือสมาชิคในครอบครัวเราแล้ว "
" ครับ พี่ ฮยุน โย "
พี่ ฮยุน โย บินกลับปูซานไปในคืนนั้นนั่นเอง
ผมนำป้ายวิญญาณของ แท ซอง ขึ้นหิ้งบูชา ผมมักจะฝันถึงเขาทุกคืน
ฝันถึงคืนวันที่เราสองคนมีความสุขร่วมกัน ฝันถึงเสียงหัวเราะและสัมผัส
อันอบอุ่น แปลกที่ต่อมาไม่นานนัก ใต้อพาร์ทเมนท์ของผมกลับเต็ม
ไปด้วยต้นอ่อนของพวงชมพู เหมือนมันจะเกิดจากช่อที่ แท ซองเก็บ
มา ทุกครั้งที่ผมมองเห็นกลีบดอกกระจิดริดสีชมพูรูปหัวใจของมัน ผม
มักจะนึกถึงรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นตรึงใจและคำพูดติดปากของเขา
...........................ซารางแฮโย...............................